คณะอนุกรรมการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (อจชล.) ได้เคย
ประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวม (Total Economics Value; TEV) ของผลประโยชน์ทางทะเล
ของไทยไว้อย่างมหาศาลกว่า 24 ล้านล้านบาท โดยมาจากหลากหลายด้าน เช่น การขนส่งทางทะเล
พลังงาน การประมง การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากทะเล ซึ่งชี้ให้เห็นถึงศักยภาพทาง
เศรษฐกิจของทะเลไทยในระดับที่สูงมาก แต่ทว่าผลประโยชน์ส่วนใหญ่ยังตกไปอยู่ในมือของประชาชน
จำนวนน้อย และยังไม่ได้รับการแบ่งปันอย่างทั่วถึง รวมทั้งความสำคัญของพื้นที่ดังกล่าวกลับถูก
ละเลย จนทะเลและมหาสมุทรกลายเป็น "สินทรัพย์ที่ถูกลืม" ของประเทศ ทั้งที่ความเป็นจริงทาง เศรษฐกิจคือ
มากกว่า 90% ของการค้าระหว่างประเทศต้องขนส่งผ่านเส้นทางทะเล คำถามสำคัญ คือ ในขณะที่นานาชาติกำลังก้าวเข้าสู่ยุค
"เศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy)" ทำไมประเทศที่ พึ่งพาทะเลอย่างไทยถึงยังขาดบุคลากรและสถาบันเฉพาะทางในการจัดการผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่นี้ อย่างบูรณาการ
Blue Economy ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจทางทะเลเท่านั้น แต่เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนและ
ครอบคลุมถึงการอนุรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล และการจัดการมลพิษ (Marine Litter and Pollution)
ฯลฯ ดังนั้น หลักสูตรการศึกษาด้านทะเลจะต้องบูรณาการทั้งกฎหมาย สิ่งแวดล้อม และ เศรษฐศาสตร์ เข้าด้วยกันด้วย
การตั้ง “ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (Thai Maritime Enforcement Command Center)”
หรือ “ศรชล.” และการตรากฎหมาย “พระราชบัญญัติ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. 2562” ที่ออกมาในปี พ.ศ. 2562
ให้มีอำนาจหน้าที่ รับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อันพึงได้รับจากกิจกรรมทางทะเลใน
รูปแบบต่างๆ อาทิ การพาณิชยนาวี การประมง การท่องเที่ยว การแสวงประโยชน์จากทรัพยากรที่ไม่ มีชีวิต การวางสายเคเบิล
ท่อใต้ทะเล การอนุรักษาจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล และชายฝั่ง การป้องกันบรรเทาสาธารณภัย
การสำรวจวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล ภายใต้การบังคับ บัญชาขึ้นตรงต่อ “นายกรัฐมนตรี” ที่ดูเหมือนจะตอบโจทย์ว่า “ประเทศไทยมิได้ละเลย
ผลประโยชน์ชาติทางทะเลที่มีมูลค่ามหาศาล” แต่แท้ที่จริงแล้ว การดำเนินการดังกล่าว เป็นเพียง “การตั้ง “กองทัพเรือ” เพื่อกิจการพลเรือน”
มากกว่า เพราะตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมาได้ พิสูจน์ให้เห็นว่า ศรชล. ทำได้เพียง “การไล่จับเรือประมงไทย” โดยแทบจะไม่มีกิจกรรมอื่นใดที่แสดง
ให้เห็นถึงการรักษาผลประโยชน์ชาติทางทะเลที่ควรดำเนินการอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการศึกษา ด้าน Maritime กฎหมายทะเล การเดินเรือและพาณิชย์นาวี
การจัดการทางทะเล หรือแม้แต่การจัดการทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อม ที่นับวันจะถูกละเลยมากขึ้น